สวัสดีค่า ขาอ่านที่ติดใจ ติดตาม

ตอนใหม่จะเริ่มตั้งแต่ตอนที่ 42 ค่า ว่างแล้วค่า ใครมาอ่านแล้วฝากคลิกสปอนเซอร์ให้ด้วยนะคะ ทาง Google เป็นคนจ่ายค่ะ คงไม่เหลือบ่ากว่าแรง ถือว่าเป็นกำลังใจ และค่าแรงให้คนเขียน ขอบคุณมากๆ ด้วยค่ะ

จะอัพตอนใหม่ๆ ให้ทุกวันจันทร์นะคะ ทันทีที่มีเน็ต ถ้าอยากคุยกะคนเขียนก็แอดเมล์ smileyinbelgium@hotmail.com หรือคุยที่ FaceBook โดยไม่ต้อง Add friend ได้ด้วยค่ะ

ขอสปอยล์ให้สักนิด เมื่อชีวิตของคนสองคนที่อยู่ด้วยกันมาหลายปี คนหนึ่งรักมากยิ่งกว่าดวงใจ แต่อีกคนเพิ่งเข้าใจตัวเอง
ว่าสิ่งอยู่มันไม่ใช่รัก และต้องการจะแยกทางเดินไป ใครจะทำใจไหว แล้วสิบปีที่ผ่านไป มันคืออะไร แค่ความฝัน แค่วันวาน

ตอนที่ 1 - 42

ตอนที่ 43 ==================================================

 
ตอนที่ 43

20 มกราคม 2001 เก้าโมงเช้า เครื่องของสายการบินไชน่าแอร์ไลน์ ร่อนลงสู่สนามบินสกิบโพลที่ต่ำกว่าระดับน้ำทะเลหลายเมตร
ฉันมองวิวยามเช้านี้ด้วยความทึ่ง นั่นสิ เค้าทำได้ยังไงนะ เอาคันดินมาล้อมไว้รอบๆ ประเทศ ทั้งที่น้ำทะเลข้างนอกนั่นสูงกว่าพื้นดินเสียอีก เหมือนอาศัยอยู่ในหลุม หิมะบางๆกระจายปูพื้นขาวจั๊วไปหมด

“ฮอลแลนด์จ๋า” ฉันเอาหน้าแนบกระจก “ฉันกลับมาอีกแล้ว”
อากาศยังหนาวมากอยู่ วันปีใหม่เพิ่งผ่านไปไม่ถึงสามอาทิตย์ วันเกิดเรนซ์ปีนี้ฉันไม่ได้ให้อะไรเขาเลย
จะคุยกันก็แทบจะนับครั้งได้ 
ถ้าไม่รวมว่าบางวัน ฉันได้ไปพลอยใช้โทรศัพท์ผ่านเน็ทที่บ้านเจ้าโจอ้วน นายช่างเป็นเพื่อนที่ใช้ได้จริงๆ ไม่ว่าอยากจะได้อะไร ถ้าไม่ใช่ของมีราคา มันก็หามาให้ฉันได้ตลอด แต่ถ้าอะไรต้องใช้เงิน
อืมมมม 
คิดถึงเรื่องวันนั้นแล้วก็ นะ
ลืมมันซะเถอะ

แอร์โฮสเตสทั้งไทยและจีน ยืนยิ้มขอบคุณผู้โดยสารอยู่ที่ประตูทางออก

ฉันเดินผ่านงวงช้างเข้าสู่ตัวอาคารสนามบิน 
ผ่านตม.มาอย่างมึนๆ งงๆ เพราะยังไม่หายง่วง

ใครจะไปนอนหลับลง พวกคนจีนบนเครื่องหนวกหูสุดๆ แถมพวกที่ไปด้วยกันก็เล่นไพ่เฮฮากันทั้งคืน ฉันได้งีบชั่วโมงสองชั่่วโมงเท่านั้นเอง ตาลึกโบ๋มาเลยขนาดนี้

พวกเราค่อยๆ ทะยอยหยิบกระเป๋า ใครจำกระเป๋าเพื่อนได้ ก็ช่วยดึงลงมาจากสายพาน ต่างคนต่างเดินแยกย้ายกันออกประตูไป ตามแผนที่พวกเราวางไว้ เพราะตุนของกินใส่กระเป๋ามาเยอะ เดี๋ยวเขาเห็นมากันเป็นกลุ่มๆ จะพลอยโดนจับตรวจกันทุกคน เป็นไงล่ะ แผนสูงกันนี่

ที่หน้าประตูผู้ดูแลทางนี้ คงมารอรับ แต่ฉันไม่เห็นใคร
ฉันเห็นคนๆเดียว 
เด่นอยู่ท่ามกลางฝูงคนที่มารับญาติมิตรที่กลับจากการเดินทาง 


++++++++++++++++++++++++


ฉันวางกระเป๋าไว้ตรงนั้น แล้ววิ่งไปกระโดดใส่เรนซ์ เหวี่ยงซะเขาแทบล้ม
ไม่ได้คิดว่าเขาจะมารับที่สนามบิน ไม่ได้คาดหวังอะไรเลย ตลอดเวลาที่ปากบอกว่าเลิกกัน ฉันคิดถึงเขาที่สุดในโลก

ตาบ๊องนี่หัวเราะ แต่ก็รับน้ำหนักฉันไว้ทัน เขาจุ๊ปากให้หันไปดูกลุ่มคนไทยที่น่าจะมาเครื่องลำเดียวกัน ทะยอยเดินออกมา

“อายเขาไม๊นั่น เพื่อนๆคุณทั้งนั้น”
ฉันเลยปล่อยแขนที่โอบรอบคอ ค่อยๆ เหยียบปลายเท้าลงแตะพื้น แล้วเดินเจี๋ยมเจี้ยมกลับไปหยิบกระเป๋าที่โยนโครมไว้แต่แรก

หน้าแดงหมดเลย ทำตัวเป็นลิงเป็นค่างแบบนี้ได้ยังไง
เรนซ์ไม่ได้มามือเปล่า แม้ว่ามกราคมยังเป็นฤดูหนาว แต่เขาติดทิวลิปสีชมพูอ่อนจนขาวที่ปลาย มาให้ฉันช่อหนึ่ง
ฉันเรียนรู้ว่าทิวลิป จะบานก็ในช่วงเดือนเมษายน แต่ประเทศนี้ สามารถเนรมิตดอกไม้ได้แม้แต่ในฤดูหนาว

มันเป็นทิวลิปช่อพิเศษมากๆ 

อาจารย์เยอรูนผู้ดูแลนร.ไทยในยุโรป แล้วก็เป็นคนที่ทำการสอบสัมภาษณ์ฉันนี่แหละ มองดูเราทั้งคู่ ก่อนขมวดคิ้ว
เรนซ์ตาไวกว่าฉัน สังเกตเห็นอาจารย์ผู้ดูแลนักเรียน จึงเดินเข้าไปแนะนำตัวก่อนตามธรรมเนียมคนชาติเดียวกัน รู้ได้ยังไงว่าเป็นคนนี้ สงสัยมีส่งซิกน์กัน

พวกเรากลุ่มนักเรียน เอากระเป๋าเดินทาง เดินขึ้นรถบัสคันใหญ่จากเนเธอร์แลนด์ ไปเบลเยี่ยม  เข้าที่พักหอมหาวิทยาลัยที่ Jette เย็ตเต้อะ เป็นเขตนึงทางตะวันตกเฉียงเหนือของบรัสเซลส์ เมืองหลวงของเบลเยี่ยม เอาง่ายๆ ว่าใกล้อะโตเมี่ยมสีเงินลูกกลมๆนั่นแล

พอไปถึงฉันก็โทรศัพท์ตามที่สัญญาไว้กับพ่อตัวดี เพราะต้องแจ้งที่อยู่ให้เรนซ์ว่าถึงแล้ว และที่พักเป็นอย่างไรบ้าง
พอหยอดเหรียญได้ปั๊บ เรนซ์รับสายปุ๊บ ยังกะนั่งรอ
“ที่รัก” ฉันหยอด
“นี่นะ ที่อยู่ของหอพัก ฉันนึกไม่ออกเลยว่าอยู่ตรงไหน” ฉันก็นึกไม่ออกจริงๆ อย่าลืมนะ ปี 2001 มือถือสมาร์ทโฟนยังไม่มีน้อ
แต่เขาหัวเราะออกมา “ไม่เป็นไรจ้ะ ผมหาวิธีไปเองได้” 
หัวใจฉันพองโต
“รีบมาเร็วๆนะ แต่ฉันไม่มีที่นอนให้คุณนะ” ฉันพูดเอง เขินเอง เมื่อนึกถึงห้องพักเล็กๆ กว้างสองเมตร ยาวสี่เมตร  มีโต๊ะเขียนหนังสือ ชั้นวางของ ตู้เย็น และเตียงเดี่ยวชิดฝาอีกด้าน ทิ้งทางเดินประมาณ สามสิบเซ็นติเมตร ที่ไปดูเมื่อกี้ 
เล็กเท่าห้องนอนฉันสมัยเด็กๆ ที่ฉันเองดื้อดึงจะเอาห้องเล็กๆ ในบ้านมาเป็นห้องส่วนตัว

เรนซ์หัวเราะดังกว่าเดิม ฉันนึกภาพเวลาเขาหัวเราะปากกว้างๆ ตาโตๆแบบฝรั่งนั่นหรี่เล็ก ทำท่าร้ายกาจ “ถ้านอนไม่พอ ผมจะนอนบนตัวคุณ ฮ่าๆๆ” 
“อีกสักสองชั่วโมงเจอกันนะครับ” เขาทำเสียงหวาน แล้วก็วางหูลงเบา
อิอิ ฉันเต้นบัลเล่ต์เขย่งปลายเท้าไปกดลิฟท์ ขึ้นไปรอที่ห้อง


+++++++++++++
 

===============================================================

ขอบคุณสปอนเซอร์ทุกท่านที่ช่วยหารายได้เข้าหน้าเวบนี้ค่า

© 2010 EZ-travel.info  KOTCHAKORN All Rights Reserved
Havenzichtstraat 13, 3022GN Rotterdam Tel.+31 (0)6 497 08 713 KvK 24482236