เอามาแปะให้อ่านกันฟรีๆ อาจจะมีโฆษณาแทรกให้รำคาญนิ๊ดนึง แต่เพราะโฆษณาเหล่านี้ ทำให้คุณได้อ่านฟรีนะคะ ก็ช่วยกันสนับสนุนคนเขียนด้วยค่ะ จะได้มีกำลังใจเขียนต่อให้อ่านกันยาวๆ
Copyright 2010 Kotchakorn Chorptham สงวนลิขสิทธิ์ทุกข้อความ และภาพประกอบ หากพบการฝ่าฝืนจะดำเนินการตามกฏหมาย หากจะให้เกียรติกันโดยการแนะไปแปะที่อื่น กรุณาติดต่อ Smiley โดยตรง และลากลิงค์กลับมายังหน้านี้ด้วยค่ะ
รู้จักแล้วจะรักเนเธอร์แลนด์ (ภาคเตรียมตัวสู่เมืองแผ่นดินต่ำ)
Episode 1 เตรียมตัวก่อนเที่ยว
เลือกช่วงเวลา และฤดูกาล
เวลาเป็นเงินเป็นทอง และไม่ใช่ว่าทุกคนเลือกวันหยุดได้ตรงกัน หากคุณเดินทางคนเดียว และทำงานที่ไม่มีช่วงพีค หรือโลว์ เจ้านายไม่จู้จี้ และพนักงานพาร์ทไทม์ไม่ขาดแคลน การจะมาให้ตรงกับเทศกาลดอกไม้บานย่อมไม่ใช่ปัญหา แต่สำหรับคนที่ไม่มีโอกาสได้มาเนเธอร์แลนด์เอาก็ตอนฤดูร้อน หรือมาช่วงฤดูใบไม้ร่วง ก็ไม่ต้องเสียใจ เพราะแต่ละฤดูกาล เนเธอร์แลนด์มีอะไรให้คุณไม่แพ้กัน
ฤดูหนาว
จะเริ่มขึ้นวันที่ 21 หรือ 22 ธันวาคม จนถึงเดือนมีนาคมนับเวลาประมาณเก้าสิบวัน ฤดูหนาวที่นี่ไม่หนาวมากเหมือนตอนกลางๆของทวีป ส่วนใหญ่จะตกเป็นหิมะเปียก คือละลายไปเมื่อกระทบพื้น หรือวัตถุ ไม่ลงมากองจนสูง โดยเฉพาะในเมืองแถบชายฝั่ง อย่างเดนฮาก รอตเตอร์ดัม หรือแถวเซลันด์นั้น แทบไม่มีวันที่จะเห็นหิมะกองหนาสูงเท่าเข่าให้เห็นเลย จึงอย่าคาดหวังมาเต็มเปี่ยมว่าคุณจะได้เล่นปั้นตุ๊กตาหิมะ
ช่วงกลางฤดูหนาว ท้องฟ้ามืดเร็ว ประมาณบ่ายสี่โมงเย็นก็มืดดับจิตแล้ว และสว่างช้ากว่าจะมองเห็นพระอาทิตย์ก็เกือบสิบโมงเช้า อากาศหนาวอยู่ในช่วง 10 องศาไปจนถึง -2 องศาเซลเซียส ในระหว่างวัน โดยกลางคืนจะลดลงไปได้จนถึงติดลบสิบองศา
ระบบขนส่งมวลชนก็เปลี่ยนตารางเวลามาเป็นเวลาฤดูหนาว ทำให้ความถี่ในการวิ่งรถน้อยลง ระยะเวลารอรถนานขึ้นกว่าปกติ แต่เพื่อทดแทนแสงสว่างระหว่างวันที่ขาดหายไป ตามตัวเมืองจึงประดับไฟไว้ ทำให้วันคืนในฤดูหนาวโรแมนติค และให้ความรู้สึกแห่งการเป็นเมืองในยุโรป
เทศกาลสนุกๆหน้าหนาวที่มี เช่น การเล่นสเก็ตน้ำแข็งตามลานสาธารณะ ในทุกเมืองใหญ่ จะมีลานสเก็ตที่ทำขึ้นเป็นพิเศษถึงแม้น้ำในคลองจะไม่เป็นน้ำแข็งมาให้บริการเด็กๆและคนทั่วไป มีรองเท้าให้เช่า ค่าบริการต่อชั่วโมงประมาณ 6-7 ยูโร ไม่รวมค่าเช่ารองเท้าสเก็ตอีกประมาณเท่ากัน (อยากรู้ว่าเมืองไหนใหญ่ดูว่าเมืองนั้นมีรถบัสกี่สาย ถ้ามีมากกว่าห้าสายถือว่าใหญ่ละ)
นอกจากนั้นสำหรับเด็กๆ ก็ยังมีขนมน่ารักๆ และของเล่นประจำเทศกาล Sint.Nikolaas หรือซานตาคลอสของเนเธอร์แลนด์ เทศกาลนี้เริ่มในราววันที่ 5 ธันวาคม พ่อแม่ผุ้ปกครองจะเริ่มต้องควักกระเป๋าเสียเงินค่าของขวัญกันแล้ว ช่วงนี้สินค้าจะลดราคา
พอถึงเทศกาลคริสมาสต์สากล แค๊ร์ซดัค(kerstdag) (ในเนเธอร์แลนด์นั้นวันที่ 26 ซึ่งเป็นคริสมาสต์วันที่สอง ร้านค้าพวกซุปเปอร์มาร์เก็ตจะปิด) ในแต่ละเมืองก็จะมีการประดับประดาต้นคริสมาสต์และไฟตามต้นไม้ ดอกไม้ไฟชายหาด ตลาดนัดของตกแต่งช่วงคริสมาสต์ ร้านขายของกินเล่นที่ปกติจะหาดูไม่ได้อย่างแป้งทอดเหมือนปาท่องโก๋ลูกกลมๆเรียกว่าโอลี่บอล (oliebollen), แพนเค้กในรางขนมครกสไตล์ดัชต์ ชื่อโพ้ฟเฟิร์ตเจ้อะ (poffertjes)
ถ้าใครมาอยู่ในเนเธอร์แลนด์ในช่วงคืนก่อนวันปีใหม่ 31 ธันวาคม ที่เรียกว่าเอาต์แอ่นนิว (Oud en Nieuw) นั้น ที่นี่ก็จะมีเทศกาลนับเวลาถอยหลังและจุดพลุดอกไม้ไฟ โดยชาวเมืองจะพากันกินโอลี่บอลกับเชมเปญรอบดึกกัน ในมื้อเย็นก็จะมีไวน์แดงดึ่มร้อนๆ ที่เรียกว่ากลูไวน์ (Gluwein) ดื่ม และอาหารเย็นก็มักจะมีแอร์ตเติ้นซุป (Erwtensoep) หรือซุปถั่วที่เละและข้น
ฤดูใบไม้ผลิ
จะเริ่มขึ้นวันที่ 21 หรือ 22 มีนาคม จนถึงเดือนมิถุนายนนับเวลาประมาณเก้าสิบวัน ฤดูแห่งการชมดอกไม้หัว เจ้าครอคคัสหลากสีจะแย่งกันเบ่งบานบนพรมหิมะขาวสะอาด สถานที่น่าเที่ยวในช่วงนี้คือพวกปราสาทเก่า และเมืองเก่าทั้งหลาย คุณจะได้บรรยากาศความงามที่ดูขลังแบบธรรมชาติ
หลังจากครอครัสบานไปแล้ว เริ่มเข้าสู่เดือนฤดูใบไม้ผลิอย่างแท้จริง นาซิสซัสสีเหลือง ขาว และส้ม จะบานอวดความงามตัวเองอยู่ตามริมคลองและข้างถนน ไฮยาซินต์จะส่งกลิ่นหอมอบอวล แล้วจึงตามด้วยทิวลิป ส่วนตามเริมถนนดอกเชอรี่ ดอกส้ม และแอปเปิ่ลบลอสซัมจะบานสะพรั่งทิ้งกลีบสีขาวสีชมพูเต็มพื้นให้ดูเพลินตาในช่วงตั้งแต่กลางเดือนกุมภาพันธ์ ไปจนถึง กลางเดือนเมษายนแล้วแต่พันธุ์
ช่วงปลายกุมภาพันธ์นี้จะเป็นช่วงหยุดฤดูใบไม้ผลิ เด็กๆจึงไม่ต้องไปโรงเรียน ในแคว้นนอร์ด บราบั้นท์ Noord brabant และลิมเบิร์ก Limburg จะมีเทศกาลคานาวัล เป็นวันที่เรียกได้ว่า วันคนบ๊อง เพราะชาวบ้านชาวเมืองจะออกมาเดินร่อน หาอะไรดึ่ม พูดคุยและแต่งตัว โดยไม่ได้แต่งในเชิงสวยงามเหมือนเทศกาลคาร์นิวัลในประเทศอื่นๆ แต่คนดัตช์จะนำมุ้ง ผ้าม่าน ผ้าปูที่นอน มาแต่งตัวให้ดูขำๆ เด็กๆก็จะแต่งตัวเป็นเจ้าหญิงเจ้าชายหรือตัวประหลาด
ใครที่อยากดูเทศกาลแบบยุคกลาง ไปชมได้ที่เมืองเล็กๆชื่อบรีลเล่อะ Brielle ในเขตเซาท์ฮอลลันด์ Zuid-holland ค่ะ ทุกวันที่ 1 เมษายน เมืองนี้จะมีเทศกาลประจำเมืองที่น่าดูชมอีกแห่งหนึ่ง ช่วงนี้แนะนำของฝากคือช็อคโกแลตอีสเตอร์รูปร่างแปลกๆ น่ารักๆ ที่จะมีขายกันในตลาดในช่วงเดือนกลางมีนาคม-เมษายน เป็นรูปกระต่าย ไก่ และไข่ สัญลักษณ์แห่งอีสเตอร์
สำหรับคนที่จะมาท่องเที่ยวสวนดอกไม้เคอเคนฮอฟ (ในเขตเมืองลิสเซ่อะ Lisse) ช่วงเวลาที่เปิด ก็จะอยู่ในช่วงกลางเดือนมีนาคมถึงกลางเดือนพฤษภาคมทุกๆปี สำหรับใครที่ชอบความงามแบบไม่ปรุงแต่ง ก็สามารถเช่าจักรยานไปเที่ยวทุ่งดอกไม้ ได้จากหลายๆ เมือง โดยเทศกาลขบวนพาเหรดดอกไม้แห่งบลูมโบลเลิ่นเสตร็ค Bloembollenstreek จะอยู่ในวันเสาร์ช่วงประมาณวันที่ 21-24 เมษายนแล้วแต่ปี
เลยมาอีกหนึ่งอาทิตย์ในช่วงวันหยุดเสาร์อาทิตย์ปลายเดือน ต่อไปจนถึงต้นเดือนพฤษภาคมก็จะมีเทศกาลวันดอกไม้แห่งชาติ บลูมเมิ่นดาเคิ่น (Bloemendagen) ที่แต่ละบ้านจะตกแต่งโมเซคด้วยดอกไม้ มาประกวดประชันกัน เมืองนี้ยังมีทุ่งดอกไม้ที่เรียกว่าเป็นอาณาเขตกว้างใหญ่ที่สุดในเนเธอร์แลนด์อีกด้วย
อากาศยังจัดว่าหนาวสำหรับคนไทยคือประมาณตั้งแต่ 8 ถึง 20 องศาเซลเซียสในเวลากลางวัน ทั้งยังอาจมีฝนปรอยๆ ได้ระหว่างวัน ควรใส่เสื้อแจ็คเก็ตที่กันลมกันฝนได้ ใส่หมวกหรือพกร่มเล็กๆ กันเป็นหวัด
สถานที่ท่องเที่ยวทั่วไปจะเริ่มเปิดทำการอีกครั้งหนึ่งในเดือนเมษายนหรือพฤษภาคม อย่าลืมว่าดอกไม้หัวเมื่อบานแล้ว จะไม่ออกดอกใหม่ แต่ดอกตูมจะทยอยกันบานจนครบ หากคุณมาในช่วงปลายฤดูในเดือนพฤษภาคมอาจจะไม่ได้เห็นดอกไม้หลายชนิดอีกต่อไปแล้ว ฤดูร้อนจะเข้ามาแทนที่ ต้นไม้จะเริ่มเขียวครึ้ม ช่วงนี้แดดจะเริ่มแรง แต่จำไว้ว่าวันใดที่แดดแรง ลมก็จะแรงและอากาศจะหนาว ช่วงนี้ในตลาดจะมีผลไม้อร่อยออกมาให้เลือกกันหลายแบบ ใครที่ชอบกินเชอรี่ก็ควรจะมาสักช่วงเดือนพฤษภาคม คุณจะได้กินเชอรี่กันแบบหนำใจ ในราคาแสนถูก
ฤดูร้อน
จะเริ่มขึ้นวันที่ 21 หรือ 22 มิถุนายน ไปจนถึงเดือนกันยายนนับเวลาสามเดือน หลังจากดอกไม้หัวร่วงโรยไปหมด ตุ่มเขียวๆบนต้นไม้ที่เราเห็นกิ่งอ่อนๆในหน้าร้อย จะกลายเป็นใบเขียวเข้มสะพรั่งไปทั้งต้น ไม้ใหญ่จะเริ่มออกดอก สองข้างถนนที่มีต้นไม้ใหญ่ คุณอาจจะเห็นต้นเกาลัดจะโรยดอกสีขาว สีชมพูลงปูพื้นเมื่อลมพัดแรง ในขณะที่สองตายาย ใส่เสื้อยืดกางเกงขาสั้น ปั่นจักรยานคุยกันอย่างไม่รีบร้อนไปตามเลนจักรยาน ในกลิ่นสดชื่นของฤดูร้อน
ฤดูนี้อากาศจะไม่หนาวอีกต่อไป คนไทยที่มาเที่ยวในช่วงกลางฤดูร้อน คือเดือนกรกฏาคมและสิงหาคม คุณสามารถแต่งตัวแบบที่อยู่เมืองไทยได้ เพียงแต่มีแจ็กเก็ตแขนยาวตัวบางๆไว้อีกตัวเพื่อกันลม และฝนที่อาจตกนิดหน่อยเหมือนพระวสันต์พรมน้ำเล่น หากต้องการไปเที่ยวเมืองเล็กๆหลีกหนีความพลุกพล่าน ช่วงนี้จะเป็นเวลาที่ดีที่สุด สถานที่แนะนำก็คือคี้ทฮอร์น Giethoorn เวนิสสีเขียวแห่งเนเธอร์แลนด์ หมู่บ้านชาวนาแบบดัชต์แห่งนี้จะมีสวนดอกไม้ฤดูร้อนบานสะพรั่งสวยงามต้อนรับคุณ
หน้านี้จะเป็นเวลาของดอกไม้หลากสีอื่นๆ จะเข้ามาแทนที่ เพราะฉะนั้นคุณไม่ขาดความงามของเมืองดอกไม้เป็นแน่ สวนกุหลาบและสวนสัตว์เป็นอีกที่ที่ไม่น่าพลาด สวนสัตว์ที่แนะนำก็ได้แก่เดียร์การ์ด ไบลย์ดอร์ป Diergaarde Blijdorp ที่รอตเตอร์ดัม Rotterdam, เบอร์เกอร์ ซู Burger Zoo ในอาร์นเน็ม Arnhem, อ้าเปิ้นเฮิล Apenheul ที่เมืองอ้าเปิ้ลดอร์น Apeldoorn, หรือจะลองซาฟารีเปิด เบ๊คเซ่อะ แบร์คBeekse Berg ขับรถเข้าไปอยุ่ในดงสิงโตก็ไม่ว่ากัน
ในช่วงฤดูร้อนนักท่องเที่ยวยังมีผลพลอยได้จากค่าบริการรถไฟราคาพิเศษ แถมยังเป็นช่วงที่โรงเรียนปิดเทอม (เดือนกรกฏาคมและสิงหาคม) ใครๆก็ออกไปเที่ยวนอกบ้านกัน สถานที่ท่องเที่ยวจึงดูครึกครื้น อาจทำให้บางสถานที่คนแน่นมาก สำหรับคนชอบช้อปปิ้ง ฤดูร้อนยังเป็นช่วงสินค้าลดราคาอีกช่วงหนึ่งของปี ในเดือนกรกฏาคม ร้านรวงจะทำการรุสต็อก จึงมีสินค้าพวกเสื้อผ้าและแฟชั่นมาลดราคากันถึง 75 เปอร์เซ็นต์อีก โดยพอหมดสิ้นดือนกรกฏาคม ก็จะมีคอลเลคชั่นใหม่มาให้เลือก ใครที่เดินตามแฟชั่นและอยากมาดูแบบใหม่ๆ ที่นำสมัยก็มาดูกันได้ในช่วงสิงหาคมนี้ค่ะ หน้าร้อนเป็นอีกช่วงที่ทางการขนส่งมวลชนจะเปลี่ยนตารางรถมาเป็นตารางหน้าร้อน นั่นก็คือรถจะวิ่งด้วยความถี่น้อยลง เพราะนักเรียนดัตช์ไม่ต้องไปโรงเรียน
นอกจากนั้นปลายฤดูร้อนช่วงต่อของฤดูใบไม้ร่วงก็ยังมีขบวนรถบุปผชาติให้ชมกันที่อาลสเมียร์ Aalsmeer เมืองที่มีตลาดประมูลดอกไม้ที่มีชื่อเสียง ในช่วงสุดสัปดาห์สุด้ายของเดือนสิงหาคม ต่อกับกันยายนของทุกปี
เที่ยวเนเธอร์แลนด์ในฤดูใบไม้ร่วง
จะเริ่มขึ้นวันที่ 21 หรือ 22 กันยายน ไปจนถึงเดือนธันวาคมนับเวลาสามเดือน ฤดูแห่งสีสันที่หลายๆคนหลงใหล ใบไม้จะเริ่มเปลี่ยนสี เป็นสีเหลืองส้มแดง และร่วงหล่นลงสู่พื้น ชาวบ้านชาวเมืองจะรื้อตู้เสื้อผ้า เอาเสื้อผ้าฤดูหนาวออกมาเตรียม และทำความสะอาดบ้านกันยกใหญ่ก่อนฤดูหนาวจะมาเยือน เวลาคุณเดินผ่านหลายๆ บ้าน เจ้าของบ้านมักจะง่วนอยู่กับการเช็ดกระจกในเช้าวันหยุด
ในวันที่อากาศดีแดดจะแรงฟ้าใสมาก เป็นการเตือนให้รู้ว่าวันนั้นอากาศหนาวเป็นพิเศษ อากาศจะกลับไปหนาวเท่าๆกับช่วงต้นฤดูใบไม้ผลิ และอาจหนาวได้จนถึง 5 องศาในช่วงต่อเข้าฤดูหนาว การแต่งตัวไม่ควรเน้นสวยอย่างเดียวแต่เน้นอบอุ่นและกระชับ ใครที่ชอบซื้อของลดราคา จะได้จ่ายเงินกันอีกครั้งในช่วงก่อนเทศกาลคริสมาสต์นี้เอง สินค้าน่าซื้ออย่างพวกช็อกโกแลต ที่ทำพิเศษสำหรับเทศกาลเป็นตัวอักษรชื่อคน และขนมประจำเทศกาล จะมีให้เริ่มซื้อกันตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน ซึ่ง่เป็นวันฮัลโลวีนแบบดัตช์ๆ St.Maarten (ซิ๊นต์ ม๊าร์ตเติ้น) มีขนมและลูกอมแบบดัตช์ให้เลือกเป็นของฝากอีกมากมาย
สถานที่ท่องเที่ยวแนะนำคือพวกสวนสนุก สวนสนุกที่มีชื่อเสียงในเนเธอร์แลนด์นั้น ใหญ่โตไม่แพ้ดิสนีย์แลนด์ในปารีส และเป็นที่รู้จักของคนดัตช์ทุกคน ผุ้ใหญ่ที่โตขึ้นมา เกือบร้อยละเก้าสิบเก้าเปอร์เซ็นต์เคยมีพ่อแม่พาไปเที่ยวที่ Efteling (เอฟเทลลิ่ง) มาก่อน สวนสนุกนี้ตั้งอยู่ที่เมืองค๊าซเฮอเฟิ่ล Kaatsheuvel เป็นเมืองเล็กๆ ในแคว้นนอร์ด บราบั้นท์ Noord-brabant ไปช่วงนี้ คนจะไม่มากนัก ทำให้คุณได้เล่นทุกอย่างโดยไม่ต้องเข้าคิว ที่สำคัญสวนนี้ถูกจัดไว้อย่างสวยงามและยิ่งสวยขึ้นเมื่อใบไม้เปลี่ยนสี
ในเดือนตุลาคม ใครที่อยู่ใกล้เดนฮาก ไม่ควรพลาด วันสำคัญอีกวันหนึ่งของประเทศ Prinjesdag (ปรินเชิ้สดัค) จัดขึ้นทุกปีในวันอังคารสัปดาห์ที่สาม ของเดือนกันยายน สมเด็จพระราชินีจะทรงรถม้าสีทอง ไปยังริดเดอร์ซาล Ridderzaal ที่รัฐสภาเพื่ออ่านราชโองการ ใครพลาดโอกาสได้ชมนี้ก็ยังหาชมได้ในแบบฉบับย่อที่มาดูโรดัม Madurodam ค่ะ
การเลือกช่วงเวลาในการเดินทางนั้น มีความสัมพันธ์กับเสื้อผ้าในกระเป๋าเป้ของคุณโดยตรง จึงไม่ควรมองข้ามจุดนี้ไป
วางแผน เลือก และจองที่พัก
ที่พัก เป็นหนึ่งในหลายๆส่วนประกอบที่คุณขาดไม่ได้ในการยื่นประกอบการขอวีซ่าเนเธอร์แลนด์ นอกจากสเตตเมนท์ของคุณจะมีเลขเกินหกหลัก มีกิจการน่าเชื่อถือใหญ่โตจนเขาไม่แคร์ว่าคุณจะพักที่ไหน หรือนามสกุลดังจนโผล่เข้าไปทางเจ้าหน้าที่ก็แสตมป์วีซ่าอนุมัติให้ทันที ง่ายๆซะแบบนั้น
ที่พัก จะต้องเป็นที่ที่คุณหลับลงได้สบายทุกคืนหลังจากการเหน็ดเหนื่อยในการเดินทางท่องเที่ยวมาตลอดทั้งวัน แต่ไม่ใช่แพงจนไม่คุ้มกะค่านอนคืนละไม่ถึงหกชั่วโมง โดยเฉพาะสำหรับขาเที่ยวกลางคืน หรือถูกจนน่าใจหาย แต่เข้าไปแล้ว เหม็นกลิ่นบุหรี่ตามเครื่องนอน และหนวกหูเสียงบาร์ข้างล่างจนนอนไม่ได้
สำหรับประเทศเล็กๆอย่างเนเธอร์แลนด์นั้น โอกาสที่จะได้ไปงีบบนรถไฟตู้นอน ที่วิ่งกลางคืนโดยประหยัดค่าทีพักนั้นมีความเป็นไปได้เป็นศูนย์ เพราะประเทศเล็กเสียจนจนรถไฟวิ่งจากใต้ขึ้นเหนือภายในเวลาไม่ถึงสี่ชั่วโมง แถมสถานีรถไฟก็จะปิดประตูหน้า หลังจากรถรอบสุดท้ายวิ่งไปแล้วประมาณตีหนึ่งกว่าๆ จะมาเปิดอีกทีก็เมื่อรถรอบแรกเริ่มวิ่งประมาณตีสี่ หมดโอกาสประหยัดค่าที่นอน แต่เพราะความที่ประเทศเล็ก และคนในประเทศเองต่างก็ชอบเดินทางไปเที่ยวเมืองอื่นในเวลาสุดสัปดาห์หรือฤดูร้อนที่เด็กๆโรงเรียนปิด เนเธอร์แลนด์จึงมีที่พักหลากหลายระดับในหลายสถานที่ให้เลือก
สำหรับขาลุย โฮสเทลมีกระจายอยู่ทั่วไปแทบทุกเมืองใหญ่ ภายใต้เครือ www.stayokay.com บางเมืองใหญ่อาจจะมีถึงสองโลเกชั่นให้เลือก ที่พักประเภทนี้ ราคาถูกและมักตั้งอยู่ใกล้ๆ สถานีรถไฟ หรือแหล่งท่องเที่ยวทั่วไป บางที่มีอาหารเช้าให้บริการ มีอินเตอร์เน็ท และถ้าหรูขึ้นมาอีก ก็จะมีร้านอาหาร บาร์ หรือขายอาหารแพ็คสำหรับมื้อกลางวันด้วย
ข้อเสียของโฮสเทลคือ ไม่มีความเป็นส่วนตัว และหนวกหู สนนราคาของโฮสเทลในเนเธอร์แลนด์เริ่มตั้งแต่สิบยูโรกว่าๆไปจนถึง 30 กว่ายูโร
หากราคาและที่ตั้งของที่พักโฮสเทล ของสเตย์โอเค ยังไม่เป็นที่ถูกใจคุณ เวบไซต์ www.hostelworld.com เป็นอีกที่ คิดค่าบริการจอง 1.5 ยูโร ต่อครั้ง ต่อโฮสเทล (ฟรีสำหรับขาประจำ) คุณใช้บัตรเครดิตจ่ายค่ามัดจำ 10 เปอร์เซ็นต์ของราคารวมค่าห้องที่คุณต้องการจอง โฮสเทลเวิร์ล จะมีที่พักในเนเธอร์แลนด์ให้เลือกค่อนข้างหลากหลาย แม้แต่ในเมืองเล็กๆ และมีข้อดีพิเศษคือมี Cancellation protection หากว่าเกิดฉุกละหุก วีซ่าไม่ผ่าน ไม่ทัน หรือต้องงดทริปอย่างกะทันหัน เงินค่ามัดจำนั้น คุณสามารถเก็บไว้ใช้ในงวดการเดินทางครั้งต่อไปที่ไม่เกินหกเดือนได้ด้วย
หรืออีกที่ www.hostelbookers.com สองเวบไซต์จองนี้เป็นที่เชื่อถือไว้วางใจได้ คุณยังสามารถดูรูปโรงแรม เช็คที่ตั้งจากแผนที่ และอ่านรีวิว ของผู้ใช้ที่เคยไปพักมาแล้วเพื่อจะได้ข้อมูลที่ละเอียดขึ้นก่อนการตัดสินใจ สำหรับเวบหลังนั้นมีบริการที่น่าประทับใจด้วยบริการแก้ปัญหาให้ลูกค้าออนไลน์ ด้วยการ Live chat โดยตรงกับเจ้าหน้าที่ หากคุณมีปัญหาในการจอง หรือต้องการสอบถามเพิ่มเติม
นอกจากโฮสเทล แคมป์ปิ้ง เป็นที่พักอีกแบบที่มีอยู่หลากหลายในเนเธอร์แลนด์ แต่ที่พักเช่นนี้ไม่เหมาะกับหนุ่มสาวชาวแบกเป้ชาวไทยที่ไม่พิสมัยการเช่ารถขับ เพราะจะอยู่นอกตัวเมือง ไปตามชนบท ผุ้มาพักส่วนใหญ่ เป็นชาวดัตช์หรือเพื่อนบ้านใกล้เคียงอย่างเบลเยี่ยมและเยอรมันนี ที่มีรถยนต์ส่วนตัว หรือมีรถตู้นอนคาราวาน จึงเดินทางเข้าไปถึงที่พักได้ แคมปิ้งนั้นเป็นที่พักที่ราคาถูกสุด บางที่อาจจะราคาไม่ถึง 10 ยูโรต่อคนด้วยซ้ำ ใครที่เที่ยวเนเธอร์แลนด์ด้วยการเช่ารถ ลองมองหาที่พักแบบนี้ได้ ทุกแห่งจะมีห้องสุขา ห้องอาบน้ำให้บริการและบางที่ก็มีสระว่ายน้ำและร้านอาหารให้บริการภายในครบวงจรอีกด้วย
อีกทางเหลือของที่พักระดับเป็นส่วนตัวขึ้นมาอีก โรงแรมในเนเธอร์แลนด์ มีให้คุณเลือกแทบทุกแบรนด์ที่จะหาได้ในเมืองไทย โรงแรมที่มีสาขาพวกนี้ส่วนมากจะมีตัวตึกทรงสมัยใหม่ และมีมาตรฐานเดียวกันทั่วโลก แต่หากคุณค้นหาที่พักแล้วเจอโรงแรมที่เป็นบูติก หรือ Bed & Breakfast (www.bedandbreakfast.nl) นั้น คุณอาจจะตกใจเล็กน้อย ถ้ามาถึงหน้าโรงแรมแล้วพบว่าคุณจะต้องแบกกระเป๋าเดินขึ้นบันไดสูงชันแถมแคบขนาดคนสองคนเดินสวนกันแทบไม่ได้ เพราะสภาพตึกในเนเธอร์แลนด์ ทางเข้าจะเป็นประตูแคบๆ หรือเป็นส่วนหนึ่งของบ้าน ที่เจ้าของนำมาทำเป็นห้องพักในราคาถูก
การเปรียบเทียบเพื่อเลือกสถานที่ เมืองต่างๆในเนเธอร์แลนด์นั้น สามารถเข้าถึงได้ ด้วยรถไฟ หรือรถบัสที่วิ่งระหว่างเมือง การเลือกที่พักให้ดี เมื่อดูจากที่ตั้งแล้ว ควรจะห่างจากสถานีรถไฟ หรือป้ายรถบัสไม่เกินสิบห้านาที ถึงแม้ประเทศนี้จะราบเรียบ แต่การเดินหาที่พัก หรือเลือกที่พักที่อยู่ไปคนละฝั่งของเมือง จะให้ทำให้คุณเหนือย เสียเวลาและพาลหงุดหงิด โดยเฉพาะยิ่งถ้าที่พักนั้นห่างจากแหล่งร้านอาหารและซุเปอร์มาร์เก็ต
เมื่อคุณจองโรงแรมโดยผ่านเวบเอเจนซี่ www.booking.com คุณจะได้รายละเอียดของที่ตั้ง และวิธีการเดินทางไปโรงแรม หากว่ายังไม่ละเอียดพอ ปัจจุบันนี้ อินเตอร์เน็ทให้ความสะดวกสบายเพิ่มขึ้นด้วยการเช็คที่ตั้งของที่พักที่คุณสนใจจาก http://maps.google.com โดยคุณค้นหาที่ตั้งของสถานีรถไฟหลักของเมืองนั้นๆ เพื่อประกอบการตัดสินใจ อย่างไรก็ตาม อย่างที่บอกไว้ตอนต้นว่าแต่ละเมืองแม้ไม่มีรถไฟผ่าน ก็จะมีเน็ตเวิร์คของการคมนาคมที่ดี อย่างน้อยก็จะมีป้ายรถบัสทุกระยะประมาณสองร้อยถึงห้าร้อยเมตร และที่สำคัญรถบัสเกือบทุกสายจะผ่านสถานีรถไฟเสมอ
หากในเวบไซต์ข้างต้น ไม่มีโรงแรมที่คุณพอใจในเมืองที่คุณต้องการไปพัก www.google.com เป็นที่ที่จะไม่ทำให้คุณผิดหวัง โดยพิมพ์ชื่อเมืองเข้าไป ตามด้วยคำว่า accommodation, hotel, hostel กูกเกิ้ลจะทำการจัดลำดับตัวเลือกมาให้คุณได้ค้นหากว่าสิบหน้า จนกว่าจะพอใจ
สำหรับการเปรียบเทียบในส่วนของราคาค่าที่พัก คุณไม่จำเป็นต้องดูรายละเอียดว่าโรงแรมหรือโฮสเทลใดมีบริการอาหารเช้า เพราะอาหารเช้าแบบ continental นั้นเป็นสไตล์ที่คนไทยทานแล้วไม่ค่อยจะอิ่ม หากว่าที่พักหนึ่งมีอาหารเช้าให้แล้วราคาสูงกว่าอีกที่เกินสามยูโร ก็เริ่มจะไม่คุ้มค่าแล้ว
การเลือกโรงแรมและที่พักให้ได้ตรงกับใจที่สุด คุณสามารถดูรายละเอียดของสถานที่นั้นๆ ได้ที่เวบไซต์ของโรงแรม หรือโฮสเทลนั้นโดยตรง เพื่อให้ได้ข้อมูลที่ละเอียดที่สุด แต่เมื่อจะทำการจอง ที่พักอย่างโรงแรม มักจะมีราคาห้องพักที่สูงกว่าเวบไซต์ที่เป็นเอเย่นซี่ เพราะฉะนั้น ลองเช็คจากหลายๆเวบที่ให้บริการจองที่พัก ว่าที่ไหนน่าเชื่อถือและให้ราคาดีที่สุด โดยเมื่อคุณจะทำการจอง เวบไซต์จองส่วนมากจะถามหมายเลขบัตรเครดิต หรือบางที่ก็รับเดบิตการ์ด Visa Electron คุณตรวจดูได้ง่ายๆว่าหน้าเวบนั้นมีบริการรักษาความปลอดภัยของข้อมูลคุณหรือไม่โดยมองหารูปสัญลักษณ์กุญแจล็อกปิด ที่ด้านล่างของ brouwser หรือสัญลักษณ์
หากคุณพักในโรงแรมที่มีมาตรฐาน จะเลือกชำระเงินส่วนที่เหลือด้วยบัตรเครดิตหรือเงินสดก็ได้ แต่การจ่ายเงินด้วยบัตรเครดิตในโรงแรมเล็กๆ มักไม่สะดวก เพราะที่นี่เขามักจะรับบัตรเดบิตการ์ด ที่เรียกว่า พินพาส ของเนเธอร์แลนด์แต่เพียงอย่างเดียว การจ่ายบัตรเครดิตอาจมีค่าคอมมิชชั่นอีกหลายเปอร์เซ็นต์เพิ่มมาจากค่าห้องที่ปกติก็ไม่ถูกอยู่แล้ว ก่อนตัดสินใจ อย่าลืมสอบถามให้ละเอียด
More to come, please be patient...